VRANDA มั่นใจปี 63 รายได้ยังโตได้แม้โรงแรมทรุดแต่อสังหาฯหนุน

VRANDA มั่นใจปี 63 รายได้ยังโตได้แม้โรงแรมทรุดแต่อสังหาฯหนุน,ลุยซื้อแบรนด์ร้านขนมเพิ่ม-พัฒนาโครงการใหม่ภูเก็ต

นายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.วีรันดา รีสอร์ท (VRANDA) เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้รวมของบริษัทในปีนี้ยังมั่นใจจะเติบโตสูงขึ้นจากปีก่อน แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเข้ามาชดเชยทั้งในปีนี้ และปี 64 โดยคาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/63 จะกลับมาเติบโต หลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปในไตรมาส 2/63 และจะค่อยๆ ฟื้นต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/63

จากภาพรวมของสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่เริ่มคลี่คลาย และความกังวลของประชาชนในเรื่องโควิด-19 ลดลงไปบ้าง ทำไห้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวขึ้นจากการท่องเที่ยวของคนในประเทศ และมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐเข้ามาหนุน ทำให้ธุรกิจโรงแรมของบริษัทกลับมาเปิดให้บริการและนักท่องเที่ยวในประเทศเข้ามามาพักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

รวมถึงมีการกลับมาโอนคอนโดมิเนียมในหัวหินเข้ามาเพิ่มขึ้น และร้านขนมหวานและเครื่องดื่มในเครือของบริษัทกลับมาเปิดสาขาควบคู่กับบริการเดลิเวอรี่ จะส่งผลให้แนวโน้มภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 3/63 กลับมาเติบโต หลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปในไตรมาส 2/63 และจะค่อยๆฟื้นกลับมาต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/63 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทีมงานทุกคนในการช่วยกันบริหารจัดการควบคุมและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆลงตามความเหมาะสม รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ลดการจ่ายเงินปันผลลงเหลือ 0.10 บาท/หุ้น และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าของอาคารลดค่าเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานลง ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มสภาพคล่องในการรองรับในการดำเนินธุรกิจได้ดีอย่างต่อเนื่อง และบริษัทถือว่ายังมีภาระหนี้สินไม่สูง โดย ณ ไตรมาส 1/63 มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E ratio) เพียง 1.19 เท่า ทำให้บริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยไม่สูงมาก

*ยอดจองห้องพักพุ่งหลังปลดล็อกดาวน์-เร่งทำโปรฯกระตุ้นเพิ่ม

นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์ควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มาอย่างต่อเนื่อง และประชาชนในประเทศเริ่มออกมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงแรกของการผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ ทำให้การท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้กับกับกรุงเทพฯที่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้ฟื้นตัวกลับมา โดยเฉพาะนหัวหินและพัทยาที่เป็นจังหวัดยอดนิยมที่ชาวกรุงเทพฯต้องการออกไปท่องเที่ยวจะนึกถึงเป็นลำดับแรก

โรงแรมในเครือของ VRANDA ซึ่งตั้งอยู่ในหัวหินและพัทยา ได้แก่ วีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ และวีรันดา รีสอร์ท พัทยา นาจอมเทียน ซึ่งเป็น 2 โรงแรมแรกที่ได้เปิดให้บริการในการผ่อนคลายระยะแรก ได้รับปัจจัยบวกทันที โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวในประเทศที่เดินทางเข้าพักโรงแรมทั้ง 2 แห่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนอัดอั้นในการใช้ชีวิตอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์ตลอดทั้งเดือนเม.ย. ต่อเนื่องมาถึงพ.ค. และในเดือน ก.ค.ก็ยังคงมียอดจองที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการทำโปรโมชั่นในการให้ราคาพิเศษเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยว และชิงส่วนแบ่งตลาดในพื้นที่ของจังหวัดท่องเที่ยวนั้นๆ หลังจากที่ผู้ประกอบการโรงแรมต่างออกมาทำโปรโมชั่นแย่งชิงลูกค้า พร้อมกันนั้นบริษัทยังมีแคมเปญโปรโมชั่นสำหรับที่พักในเครือในจังหวัดที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯมากขึ้น เช่น วีรันดา ไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่ และโรงแรม ร็อคกี้บูติค รีสอร์ท เพื่อเป็นการต่อยอดการท่องเที่ยวในระยะต่อไปที่เชื่อว่าจะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไกลขึ้น

นอกจากนี้ จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐผ่านโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-31 ต.ค.63 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่ช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวขึ้นได้ต่อเนื่องในไตรมาส 3/63 ซึ่งเห็นได้จากยอดจองห้องพักโรงแรมในเครือของบริษัททั้งหัวหินและพัทยาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 18-19 ก.ค. 63) สูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ อีกทั้งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็น “แบรนด์ที่คนนิยม” ในการกลับมาท่องเที่ยว เนื่องจากมีการบริการที่มีมาตรฐาน และมีความมั่นใจในความปลอดดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

“จะสังเกตุว่าหลังจากที่คนไทยเริ่มกลับมาท่องเที่ยวกัน แบรนด์ที่เป็นคนนิยม จะเป็นที่แรกๆที่คนเลือกเข้าพัก ซึ่งเห็นได้จากแบรนด์ดังๆหลายๆแบรนด์ที่มีคนเข้ามาพักในช่วงแรกเยอะมาก วีรันดาก็ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนนิยม อยากเข้ามาพัก เพราะคนชื่นชอบสไตล์การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ การบริการ และความปลอดภัยที่เราใส่ใจเข้าไปทุกอย่าง ทำให้ลูกค้าที่เข้าพักประทับใจ และกลับมาพักอีกครั้ง จึงทำให้โรงแรมในหัวหินและพัทยาของวีรันดายังมีลูกค้าในประเทศเข้ามาพักต่อเนื่อง”นายวีรวัฒน์ กล่าว

หรับภาคการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ไปจนถึงปี 64 บริษัทยังมองว่าจะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังไม่กลับมาเร็ว แต่ยังมีการขับเคลื่อนผ่านนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลักในช่วงครึ่งปีหลังนี้ถึงต้นปี 64 ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นตามมา เช่นเดียวกับธุรกิจโรงแรมของบริษัท แต่อาจจะเร็วกว่าผู้ประกอบการรายอื่น เพราะโรงแรมของบริษัทได้รับอานิสงส์บวกจากการท่องเที่ยวจังหวัดใกล้กรุงเทพฯที่กลับมาเร็วกว่าจังหวัดที่ห่างจากกรุงเทพฯออกไปมาก

ทั้งนี้ VRANDA มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 6 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ วีรันดา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ชะอำ, วีรันดาไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่, โซ โซฟิเทล แบงค็อก, วีรันดา รีสอร์ท พัทยา นาจอมเทียน และโรงแรม ร็อคกี้ บูติค รีสอร์ท สมุย และ 1 โรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา คือ โรงแรม Verso หัวหิน ส่วนโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงการอาคารชุดพักอาศัย มี 2 โครงการ คือ Veranda Residence Hua-Hin และ Veranda Residence Pattaya และธุรกิจร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม 4 แบรนด์ ได้แก่ Gram pancakes , Pablo Cheesetart, Skoop Beach Cafe และ KOF

*รายได้โรงแรมทรุดแต่ยังมีอสังหาฯหนุนต่อเนื่อง

แม้ว่าภาพรวมของการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นแล้ว แต่ยังมีแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจโรงแรมที่หายไปในช่วงปิดทำการ 2 เดือนของการล็อกดาวน์ ถือเป็นแรงกดดันต่อรายได้โรงแรมของบริษัทในปีนี้ แต่ก็ยังมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายเข้ามาชดเชยในปีนี้และปี 64 จากการทยอยโอนโครงการ Veranda Residence Hua-Hin เข้ามาในปีนี้ ซึ่งเริ่มทยอยโอนมาตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และชะลอไปบ้างในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ และกลับมาโอนเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.เป็นต้นมา

ทั้งนี้ โครงการ Veranda Residence Hua-Hin มียอดขาย 85% แล้ว คาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้กว่า 1 พันล้านบาท จากมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ที่มีอยู่ประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาช่วยหนุนภาพรวมของรายได้ในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ และยังจะมีการโอนอย่างต่อเนื่องในปี 64 อีกกว่า 700-800 ล้านบาท ควบคู่ไปกับธุรกิจโรงแรมที่ทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *