ซีรีส์ไตรภาค 7 ตอนของ Netflix เรื่อง The Queen’s Gambit 

The Queen’s Gambit

The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต นี่คือมินิซีรีส์ของ Netflix 7 ตอนความยาวรวมประมาณ 7 ชั่วโมงจุดสำคัญของเรื่องคือ “Beth Harmon” ตัวเอกของ Anya Taylor-Joy

ในระหว่างการเปิดตัวครั้งแรกผู้ดูแลระบบสามารถดูตัวอย่างของซีรีส์นี้ได้อย่างรวดเร็ว ฉันคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเหมือนหนังโรงทั่วไปในราวทศวรรษ 1960 แต่ก็มีความลึกลับเช่นกัน หมากรุกเกี่ยวข้องกับซีรีส์อย่างไร?

The Queen’s Gambit

หลังจากภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง Queen’s Gambit (ควีนส์แกมบิท) ออกอากาศเมื่อปลายเดือนตุลาคมปี 2020 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ มากมายเช่นในเดือนแรกหลังจากที่ซีรีส์ใหม่ออกฉาย ในเดือนแรกดึงดูดผู้ประกอบการ 62 ล้านครัวเรือนยอดขายชุดหมากรุกบน eBay สูงถึง 250% จำนวนผู้ค้นหา “วิธีเล่นหมากรุก” บน Google ก็สูงสุดเป็นประวัติการณ์และจำนวนผู้เล่นใหม่บนหมากรุก เว็บไซต์จำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่า

“ไม่ได้แล้วเราจะพลาดไม่ได้ จะตกเทรนไม่ได้” บวกกับความอยากรู้ว่า เรื่องนี้มันดีจริงอย่างที่เขาว่าไหม? ก็เลยทำให้แอดมินต้องไปหาเวลาดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit กันแบบจริงจัง

“ตอนแรกกะว่าจะดูวันละตอน ในช่วงว่างๆ หลังเลิกงาน แต่หยุดไม่ได้” เพราะเรื่องราวมันน่าติดตามมาก ทำให้อยากดูต่อในตอนถัดไปในทันที เลยทำให้ดูเรื่องนี้จบภายใน 3 วันเท่านั้นเอง

เรื่องย่อ ซีรีส์อย่าง The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต

ที่เดินเรื่องราวผ่านเกมหมากรุก โดยมีตัวละครหลัก คือ เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเรื่องนี้ คือ เบธ ฮาร์มอน ในวัยเด็กเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่แตกร้าว ต่อมาก็ต้องมาสูญเสียคุณแม่ของเธอไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอไม่เหลือใคร และ ต้องถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

การที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เบธ ประสบปัญหาไม่สามารถเข้ากับเพื่อนๆ ได้ และ เมื่ออยู่ที่นี่ ทำให้เธอต้องได้รับยาตัวหนึ่งไปทาน (ยาระงับประสาท) ทุกวัน ซึ่งส่งผลทำให้เธอเสพติดยาตัวนี้จนโต จนวันนึง เธอได้รู้จัก “หมากรุก” เป็นครั้งแรก จากลุงภารโรงที่ชื่อว่า “คุณไชเบล” ในห้องใต้ดินของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้น “คุณไชเบล” คือ ครูคนแรก และ ถือเป็นผู้สนับสนุนตัวจริง ที่ผลักดันให้เบธได้เข้าสู่วงจรของการเป็นนักกีฬาหมากรุก

และต่อมาก็มีครอบครัวนึง สนใจที่จะรับ เบธ ไปอุปการะ แต่เบธ ก็ยังไม่หยุดที่จะต่อยอดความฝันของเธอ จากเด็กที่เคยไร้เป้าหมาย กลายเป็นเด็กที่ค้นพบพรสวรรค์ของตนเองกับกีฬาหมากรุก กีฬาประเภทนี้ ถือว่าเป็นเส้นทางที่ถือว่ายากและโหดเอามากๆ ในสมัยนั้น เพราะมีแต่ผู้ชายเล่นซะเป็นส่วนใหญ่

ด้วยที่เบธ มีพรสวรรค์ด้านหมากรุกและ การแข่งหมากรุกสามารถทำเงินได้มาก ทำให้แม่ใหม่ของเธอ หลังจากที่รู้ว่า เกมกีฬาประเภทนี้ ทำเงินได้ ก็หันมาสนับสนุนเบธอย่างเต็มที่ และ กลายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่ก็มาหักมุมอีก เบธ ต้องมาเสียแม่ใหม่ไปอีก จากปัญหาพิษสุราเรื้อรัง (แม่ใหติดเหล้าหนักมาก) ทำให้ช่วงชีวิตที่เหลือของเธอ เธอต้องลุยเดี่ยว แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตคนเดียว เพราะยังมีเพื่อนสนิทในวัยเด็กที่คบกันที่บ้านเด็กกำพร้า และ ยังมีเพื่อนชายอีกหลายคนที่หวังดีต่อเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเป็นคู่แข่งกันในเกมหมากรุก

หลายช่วงหลายตอนของซีรีส์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความเข้มแข็งของเบธ ที่ต้องการพิสูจน์ตนเอง ต้องการเอาชนะคู่แข่ง เบธ ค่อย ๆ สะสมชื่อเสียงและพัฒนาทักษะจากการเดินสายแข่งขันเวทีต่าง ๆ ในประเทศ จนได้เป็นแชมป์อเมริกาแทน และทำให้เบธ ได้ไปแข่ง THE CHESS WORLD CHAMPIONSHIP กับ มือหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า “วาร์สิลี บอร์กอฟ” ชาวรัสเซีย

ในทางกลับกัน เบธ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังมากมายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวที่ผ่านการสูญเสียแม่ถึงสองคน การเอาชนะกับอาการติดยาระงับประสาท ต้องเจอกับความผิดหวังพ่ายแพ้ให้กับเกมการแข่งขันครั้งสำคัญหลายครั้งเช่นกัน แต่ เบธ ก็สามารถผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้

อะไรที่ทำให้อดีตเด็กน้อยอย่างเบธ​ ที่ดูไม่มีอนาคตกลายเป็นนักกีฬาหมากรุกที่เก่งกาจเหนือผู้ชาย? และ อะไรที่ทำให้เบธสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้?

จุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? เบธจะสามารถผ่านด่านสำคัญครั้งนี้ ได้หรือไม่? คงต้องไปลองติดตามชมดูนะครับ

“หลายๆ ครั้ง ที่เราได้ดูหนัง เราก็ได้เรียนรู้ส่ิงที่มีประโยชน์จากหนังเรื่องนั้นได้เช่นกัน”

สิ่งที่ได้ สำหรับเรื่อง The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต มันไม่ใช่แค่หนัง หรือ มินิซีรีส์ ที่น่าดู หรือ น่าสนใจเท่านั้น แต่เรื่องนี้ ยังได้สอดแทรกแนวคิด และ บทเรียน ที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานได้

ดังนั้นในบทความนี้ แอดมิน จึงจะขอนำเสนอสิ่งที่แอดมินได้เรียนรู้ จากการได้ดูมินิซีรีส์ The Queen’s Gambit หรือ เกมกระดานแห่งชีวิต ซึ่งสรุปออกมาได้ 7 ประเด็น

“Get out of your comfort zone and Find your passions and purpose”

“บางทีเราต้องกล้าที่จะเปิดตาและเปิดใจ ลองทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อที่จะมองหาสิ่งที่เหมาะสม หรือ สิ่งที่ใช่สำหรับตัวเราอย่างแท้จริง” ชีวิตของเบธ หากเธอยอมเดินตามรูปแบบชีวิตแบบเดิมๆ ของเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ที่ในแต่ละวันก็ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบกติกาเดิมๆ ที่ถูกกำหนดเอาไว้ และรอคอยว่าวันนึงจะมีครอบครัวที่ดีที่จะมารับไปอุปถัมภ์ ก็จะไม่มี เบธ ฮาร์มอน นักหมากรุกหญิงอัจฉริยะ อย่างแน่นอน

ความสงสัย ความท้าทาย ความอยากลองสิ่งใหม่ ของเบธ นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดได้ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อที่ว่ากีฬาหมากรุกเป็นของผู้ชายเท่านั้น หรือ เด็ก ไม่สามารถลงแข่งขันในกีฬาประเภทนี้ได้ เป็นต้น

“You can chase your dreams at any age. You’re never too old” อายุ เพศ ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการที่เราจะเดินหน้าตามล่าความฝันของตัวเราเอง แต่หลายคนกลับเอาเรื่องเหล่านี้เป็นตัวดับฝันของตนเอง ก็เหมือนกับชีวิตของเราในหลายๆ คน ที่อาจจะกลัว หรือ ไม่มั่นใจที่จะกล้าลอง หรือ กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง ทำให้ต้องจำใจเลือกเดินทางตามรูปแบบที่ถูกคนอื่นหรือสังคมกำหนดเอาไว้

เมื่อต้องทำในงานที่ไม่ใช่ งานที่ไม่ได้ใช้ความสามารถหรือพรสวรรค์ที่ตนเองมีอย่างเต็มที่ จึงทำให้หลายคนไม่มีความสุขในการทำงาน เกิดความเบื่อหน่ายง่าย และ หากปล่อยให้เนิ่นนานไป ก็อาจจะทำให้กลายเป็นคนหมดความมั่นใจไปในที่สุด

“Don’t let people’s opinions get to you”

“บางทีเราต้องมองข้าม เลิกสนใจสายตาหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นๆ ไปซะบ้าง” เราไม่มีทางทำให้คนอื่นเข้าใจในตัวเรา หรือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้อย่างแน่นอน เบธ เองก็เช่นกัน ในช่วงเข้าเรียน High School ด้วยความที่การแต่งตัวของเธอดูแตกต่าง ดูเชยในสายตาของคนหมู่มาก จึงถูกดูถูก ดูแคลนจากคนรอบข้าง เพราะเป็นเด็กถูกรับมาเลี้ยง เสื้อผ้าที่มีก็เลยเก่าและเชยมาก ถึงแม้ว่าต่อมาแม่ใหม่ได้เลือกซื้อเสื้อผ้าลดราคาให้เธอ (เพราะครอบครัวใหม่ ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร) ก็ยังไม่วายโดนดูถูกจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนอยู่ดี

แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเลย ยิ่งทำให้เธอต้องหาหนทาง ที่จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ด้วยการพิสูจน์ตนเองบนเส้นทางที่เธอได้เลือกเองด้วยการเป็นนักหมากรุก เพราะเธอพบว่าอาชีพนี้ สามารถทำเงินได้ และ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีกฎหรือกติกาที่จำกัดอายุ หรือ จำกัดเพศในการลงแข่งขัน หลังจากที่เธอได้ลงแข่งไปเรื่อยๆ เธอก็เริ่มมีรายได้และมีชื่อเสียง เมื่อเบธ​มีเงิน เธอก็แบ่งเงินรางวัลเอามาซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ราคาแพงใส่ ทำให้คนที่เคยดูถูก ดูแคลนเธอ หันมาอยากคบหาสมาคมกับเธอ และ เธอก็กลายเป็นคนดัง ที่มีคนนิยมชมชอบไปในทันที

เรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจออยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนรับมือและมีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไร? หากเรามัวแต่จับจด สนใจสายตาของคนอื่นๆ และนำคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นมาคิดมากเกินไป รับรองได้ว่า สิ่งที่อยากทำและสิ่งที่อยากเป็น ไม่มีทางได้เกิดอย่างแน่นอน

เอาเป็นว่า ชีวิตของเรา เราควรกำหนดเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดด้วย คำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น ดังนั้นอย่ากำหนดเงื่อนไขของความสุขของตัวเราเองด้วยสายตาของผู้อื่น

“Take your life into your own hands”

“เพราะชีวิตมีขึ้นและมีลงเสมอ เราต่างก็ต้องเจอกับความผิดหวังมากบ้างน้อยบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา” ชีวิตของเบธ ก็เช่นกัน ชีวิตของเธอเหมือนกับรถไฟเหาะตีลังกา มาจากจุดต่ำสุด พอถึงจุดพีค เธอก็ต้องเจอกับปัญหาและความสูญเสีย ทำให้ชีวิตก็ต้องตกต่ำลงมาอีกครา เช่น จากเป็นเด็กกำพร้า และ ได้ครอบครัวใหม่รับไปเลี้ยง แต่พอไม่นานก็ต้องมาสูญเสียแม่ใหม่ไปอีก หรือ เข้าชิงแชมป์ ก็พ่ายแพ้ เพราะด้วยความมั่นใจ (รวมไปถึงอีโก้) ที่เธอมีมากเกินไป ก็ต้องทำให้เธอต้องพบกับความผิดหว้งได้เช่นกัน

“เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ เราก็สามารถเรียนรู้ได้มากมายในวันที่เราแย่ที่สุด” เบธ ก็เช่นกันเธอได้รับบทเรียนราคาแพงจากทุกๆ การสูญเสีย และ ความผิดหวัง จนสามารถพาตัวเองกลับขึ้นมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

เรื่องนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง ก็ถือเป็นบทเรียนของชีวิต หากเรายอมรับ เข้าใจ เราก็จะเห็นหนทางของการแก้ไข และ พัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ในุดที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ แต่หากเรานำ ความผิดพลาดหรือความผิดหวัง มาเป็นตัวตีตราตนเองว่า “ตนเองเป็นคนไม่เอาไหน” หรือ โทษคนอื่นว่าเป็นต้นเหตุในเรื่องนี้ นั่นก็หมายความว่า เราได้ยอมรับและยอมแพ้ต่อโชคชะตาไปเรียบร้อยแล้ว

“Success starts from learning and practicing”

“ความสำเร็จ เริ่มต้นจากการเรียนรู้และการลงมือปฏิบัติ” ซึ่งในประเด็นนี้ เบธ ได้แสดงให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านเรื่องราวของเธอ ไมว่าจะเป็นความดื้อรั้น ดึงดันที่จะเรียนรู้ จาก “คุณไชเบล”

นอกจากนี้เบธ ยังเป็นคนที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องที่เธอสนใจ นั่นก็คือ เรื่องหมากรุก ด้วยตัวเธอเอง ผ่านการอ่านหนังสือหลายเล่ม และ ไม่กลัวที่จะลงสนามฝึกฝนกับเกมจริง กับผู้เล่นที่มีอายุมีประสบการณ์มากกว่า

เบธ ยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า “แค่มีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว มันไม่พอที่จะประสบความสำเร็จได้” มันต้องทำมากกว่านั้น นั่นก็คือ เบธ เรียนรู้จากทุกๆ เกม ที่เธอแข่งขัน เรียนรู้จากคู่แข่งทุกคนที่เธอได้แข่งขันด้วย หลังเกมการแข่งขัน เธอก็กลับมาทบทวน เพื่อหาข้อบกพร่อง และ ลองคิดว่า หากเธอเป็นคู่แข่ง จะต้องเล่นแก้เกมนี้อย่างไร

คนเก่ง คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่มีทางที่จะพึ่งพาแต่พรสวรรค์ของเขาเพียงอย่างเดียว พวกเขาต่างก็ต้องทำงานหนัก ผ่านการเรียนรู้ ปรับปรุง และ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ถึงจะสามารถมายืนแถวหน้าของเส้นทางอาชีพของตนเองได้ นี่คือ อีกเรื่องนึงที่ชี้ให้เห็นว่า คนเก่ง ไม่ใช่จะได้อะไรมาง่ายๆ

“Set goals to grow”

“เป้าหมาย ตั้งเอาไว้ เพื่อให้เราเติบโต” หลังจากที่เบธ เริ่มสะสมชัยชนะไปเรื่อยๆ เธอก็มีเป้าหมายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากเอาชนะการแข่งขันในเมืองเล็กๆ ก็เริ่มขยายไปหลายเมือง หลายรัฐ และ เข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ และ ระดับโลก ในแต่ละเป้าหมาย เบธ ก็ต้องใช้หลากหลายกลยุทธ์ เพื่อที่จะผ่านผู้เล่นแต่ละคนไปได้

“เป้าหมายที่ดี จะต้องทำให้เราโตขึ้น เก่งขึ้นเสมอ” เพราะเป้าหมายที่ยากขึ้น จะทำให้เราต้องหาหนทาง ต้องพยายาม ต้องลงทุน และลงแรง เพื่อให้ไปถึงเป้ามายนั้นให้ได้ แต่หากเราไม่มีเป้าหมาย หรือ ตั้งเป้าหมายที่ง่ายจนเกินไป เราก็อาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไร หรือ ไม่ได้เก่งขึ้นไปกว่าเดิมเลยก็เป็นได้ ดังนั้นหากอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม คุณภาพและระดับความยากของเป้าหมาย คือ เรื่องสำคัญ

“Team up with your opponents”

“คู่แข่งในเกมการแข่งขัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่งในชีวิตจริงก็ได้” ในเรื่องนี้ ก็แสดงให้เห็นในหลายๆ ตอนเลยเช่นกัน คู่แข่งหลายคนของเบธ กลายมาเป็นเพื่อน เป็นพี่เลี้ยง เป็นคนคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำกับเธอ ที่ทำให้เธอสามารถเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง มือหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า “วาร์สิลี บอร์กอฟ” ชาวรัสเซีย ได้

ในตอนแรก เบธ ก็ไม่ชอบ แต่เมื่อเธอรู้ตัวว่า การเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตนเอง อาจจะไม่มีทางที่จะทำให้เธอสามารถก้าวข้ามอุปสรรค หรือ เอาชนะคนที่เก่งกว่ามากๆ ได้อย่างแน่นอน เธอจึงเปลี่ยนความคิด และ เปิดใจที่จะเรียนรู้จากคู่แข่ง และ ให้เกียรติทุกคนที่เป็นคู่แข่งของเธอ ผลที่ตามมาทำให้เธอกลายเป็นคนที่มีแต่คนอยากช่วยเหลือ และทุกคนต่างก็อยากให้เธอประสบความสำเร็จ

คู่แข่ง ก็เป็นเพียงแค่การแข่ขันในเกมเท่านั้น เราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ สามารถเรียนรู้จากกันและกันได้เสมอ การเอาอคติมาเป็นตัวปิดกั้น อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้พบกับเพื่อนที่ดี หรือ คนที่ดีคนนึงไปก็ได้ เอาเป็นว่า ในเกมคือ คู่แข่ง จบเกม คือ เพื่อนกัน จะดีกว่า

“Success doesn’t solve all your problems”

เพราะ “ความสำเร็จ ไม่สามารถแก้ปัญหาของเราได้ทุกเรื่อง” ถึงแม้ว่าเบธ จะประสบความสำเร็จในจุดที่เธอต้องการแล้ว แต่ปัญหาที่เธอมีก็ยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสุขภาพด้านร่างกายและสุขภาพจิตของเธอ อันเนื่องมาจากการติดยาระงับประสาทมาเป็นเวลานาน หรือ ปัญหาในเรื่องของการที่เธอต้องใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างโดดเดี่ยว เป็นต้น

“High Risk, High Return” ผลพวงจากการคาดหวังที่สูงมาก จากเป้าหมายที่สูงมาก ย่อมมีความเสี่ยง หรือ สิ่งที่ต้องแลกมาเสมอ

เพราะ ทุกๆ ความสำเร็จ ก็ยังคงมีความสูญเสียซ่อนอยู่เสมอ เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้น หรือ ได้มา เราเองก็ต้องยอมแลกกับบางสิ่งบางอย่าง หรือ หลายอย่างเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง สุขภาพกาย และ สุขภาพจิต (อย่างเช่นตัวอย่างของเบธ) ครอบครัว การเงิน หรือ เรื่องอื่นๆ ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้วว่า เราพร้อมจะรับความเสี่ยง และ พร้อมที่จะแลกอะไรบ้าง เพื่อเป้าหมาย และ เพื่อความสำเร็จ

บทสรุป

เรื่องราวของ เบธ ฮาร์มอน จาก The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต เรื่องนี้ ให้บทเรียนกับเราได้มากมายหลายประเด็น แต่แอดมินเลือกมา 7 ประเด็น ที่คิดว่ามีประโยชน์ โดยเฉพาะกับคนทำงาน หรือ คนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาในยุคหลังโควิดนี้

“ไม่มีใคร สามารถประสบความสำเร็จ ได้ในทุกๆ เรื่อง” ดังนั้น เราจำเป็นต้องเลือก เลือกในเรื่องที่สำคัญ และ เป็นเรื่องที่เราต้องการจะทำมากที่สุด และ อย่าลืมว่า ทุกๆ ความสำเร็จที่เราเลือก เส้นทางนั้น ก็ต้องมีสิ่งที่เราต้องแลก ต้องยอมสูญเสียเสมอ ไม่ว่าจะเป็น เวลา สุขภาพ เงินทอง หรือ เรื่องอื่นๆ

ดังนั้น ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่า เราจะวางแผน วางกลยุทธ์​ และ ใช้วิธีการแบบไหน ในการบริหารความเสี่ยง เพื่อลดความสูญเสีย และ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรรลุเป้าหมาย

หวังว่าเรื่องราวของเบธ และ หลายๆ บทเรียนที่เธอได้รับ จาก The Queen’s Gambit – เกมกระดานแห่งชีวิต สามารถนำมาเป็นตัวอย่าง และ เป็นแนวทางให้กับเราได้ โดยเฉพาะกับชีวิตในช่วงนี้

สุดท้ายนี้ แอดมิน ก็ขอให้ทุกคน ประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่ได้เลือกเองนะครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *