Get Out หนังที่หยิบจับเอาปัญหาการเหยียดผิว มาสร้างเป็นพล็อตหนังลึกลับสยองขวัญ

Get Out

Get Out

Get Out เล่าเรื่องของคส (Daniel Kaluuya)ชายหนุ่ม ผิว สี ที่ เป็น แฟน กับ โร ส (Alison

williams) หญิงสาว ผิวขาว ทั้งสอง มอง รักใคร่ กัน ดี วันหนึ่ง โร ส ก็ ชักชวน คริส ไปพบพบ

พ่อแม่ของ เธอ ที่ บ้าน

เมือ มาถึง ตรงนี้ แม้ว่า ภาพรวม จะ ดูเหมือน ครอบครัว ที่ อบอุ่น แต่ว่า บรรยากาศ โดยรวม กลับ

ดู ไม่น่าไว้วางใจ ผู้คนดู มีความลับ และก็ มี ท่ทางแปลกๆ ไม่ว่า จะ เป็น พ่อแม่ ของ โร ส เอง

หรือ เหล่า ชาวผิวส์ ที่ เป็น คนใช้ ที่ บ้าน หลัง นี้ กว่า จะ ทราบว่า บ้าน หลัง นี้ อันตราย ก็ เกือบ

สายไปแล้ว

ตอนแรก ๆ ของ หนัง จะ เป็นการ ปู เรื่องราว ความสัมพันธ์ ของคริส และโร สก่อน พวกเขาพึ่ง

คบ กันได้ 5 เดือน และฝ่าย ชาย เอง ก็ มอง กังวล กับ การไป เจอพ่อแม่ ของ ฝ่ายหญิง กลัว ว่า

จะ โดน เหยียดสีผิว หนัง ปั้น นักแสดง อย่างคริส ให้ พวกเรา รู้สึก เอ็นดู และก็เอาใจช่วยได้

อย่างรวดเร็ว ด้วย ลักษณะของ เขา ที่ ดู ตรงไปตรงมา ไม่มี อันตราย เลี้ยง สุนัข แล้วก็ถ่ายภาพ

เป็น งานอติเรก ภาพรม เป็น มอง สุภาพ มากมาย เมื่อ เขา เข้ามา ในบ้าน ของ ครอบครัว อาร์มิ

เท จ ครอบครัว ของ โร ส บรรยากาศ ก็ ยิ่งน่าลุ้นไป อีก เพราะเหตุว่า เรา ไม่รู้ว่าคริส จำเป็นต้อง

พบ แรงกดต้น รูปแบบ ไหน บ้าง

สารภาพ เลย ว่า ช่วงแรกๆ ของ หนัง นั้น จะ ออก เอ็อยๆ หน่อย หนัง เดินเรื่อง แบบ เนิบๆ ด้วยเหตุ

ตังกล่าว ถ้า ดูตอน ง่วงๆ ก็ บางทีก็อาจจะ หลับ ได้ เพราะว่า มัน ยัง มิได้มี อะไร ให้ ลุ้น มากสัก

เท่าไรนัก แต่ว่า พอ หนัง เริ่ม ดำเนิน ไป สักพัก พอคริส เริ่ม เข้าไป อยู่ ในบ้าน ได้ สักพัก นึง

สถานการณ์ โดยรวม ก็น่า ติดตาม มากขึ้น มีการ โยน ฉาก ง แช่ เข้ามา บ้างเล็กน้อย ให้ได้

ตกใจ เป็นช่วงๆ แต่ โดยรวม แล้ว หนังมีฉากตุ้งแช่ไม่ มาก หรอก แต่ว่า โผล่มาที่นี่ จังหวะดี

มาก เล่น เอา ผวา ได้ เหมือนกัน

เหล่าคนผิวขาว ครอบครัวอาร์มิเทจนั้น มองเผินๆ ก็ดูเป็นมิตรดี แต่ลักษณะท่าทางและการพูดหลายๆ อย่างกลับทำให้เรารู้สึกอึดอัดแทนคริสเลย คือดูเหมือนพวกเขาจะไม่มีอคติอะไรกับคนผิวสี และดูอยากพูดคุยด้วย แต่หลายๆ ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมานั้นก็ดูจะเฉพาะเจาะจงไปที่คนผิวสีไม่ใช่น้อย เช่น การอวยโอบามา การอวยไทเกอร์ วู้ดส์ การชมว่า Black is Fashion หรือแม้กระทั่งการหยิบเรื่องพละกำลังและเซ็กซ์มาพูด ถามว่าคนผิวสีนี่ลี่ลาเด็ดใช่ไหม ฯลฯ ซึ่งแบบฟังดูแล้วมันน่ารำคาญมากๆ ไม่แปลกใจที่เราจะเห็นสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคริส คนผิวขาวอาจจะนึกว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร และคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นไม่น่าจะไปกระทบอะไรคนผิวสี นึกว่าจะทำให้คนผิวสีรู้สึกดี แต่กลับกันแล้วคำพูดเหล่านั้นกลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนเป็นเพียงสัญลักษณ์หรือตัวแทนของคนผิวสีโดยรวมมากกว่า

พฤติกรรมนี้ของตัวละครก็เหมือนจะสะท้อนภาพความเป็นจริง แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่อเมริกา ไม่ได้เป็นคนอเมริกัน ไม่ได้เข้าถึงประเด็นนี้มาก แต่ก็พอจะเข้าใจได้ส่วนหนึ่งว่าประวัติศาสตร์เรื่องนี้มีมายาวนาน และคงยังมีหลายคนที่ลืมไม่ได้ ในขณะที่อีกกลุ่มคนก็พยายามจะกลบเกลื่อนด้วยการหยิบยกประเด็นอื่นมาทับ แต่สุดท้ายแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีเส้นคั่นบางๆ อยู่

หนังมีการสอดแทรกมุกตลกมาบ้างเป็นครั้งคราว และเราชอบตรงที่มันเป็นมุกที่เข้ากันกับสถานการณ์ ไม่ได้รู้สึกว่ามันประเจิดประเจ้อ ตัวละครที่ยืนเรื่องปล่อยมุกตลกก็คือร็อด (Lil Rel Howery) เพื่อนผิวสีของคริสซึ่งเป็นตำรวจ คุยกันแต่ละที่นี่ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดได้ดีมากๆ แถมเรายังชอบร็อดตรงที่เขาเป็นคนรักเพื่อน พอเพื่อนหายตัวไปก็ใช้สกิลนักสืบของตัวเองเร่งตามหาเต็มที่

ความพีคของหนังจะมากระจุกตัวอยู่ตอนท้าย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่หนังเฉลยปมนั่นเอง เราเองคาดไม่ถึงว่าเรื่องราวเบื้องหลังจะเป็นแบบนี้ ตอนแรกก็คิดว่าครอบครัวนี้มีอคติแง่ลบกับคนผิวสีรึเปล่า อยากจับมาทารุณกรรมหรือล้างแค้นอะไรทำนองนี้ละมั้ง แต่ผิดคาดเลยเพราะจริงๆ แล้วมันตรงกันข้าม คนผิวขาวกลุ่มนี้เห็นว่าคนผิวสีมีลักษณะทางกายภาพที่เหนือชั้นกว่าตน เลยต้องการจะพึ่งพาข้อดีนี้ด้วยการปลูกถ่ายสมองส่วนหนึ่งของคนผิวขาวเข้าไปแทนที่ ทำให้ตัวตนของคนผิวขาวสามารถเข้าควบคุมร่างของคนผิวสีได้ โดยที่ตัวตนของคนผิวสีก็จะอยู่ใน The Sunken Place หรือถูกสะกดให้เป็นเสมือนผู้โดยสารของร่างตัวเองที่ไม่สามารถควบคุมร่างตัวเองได้

ช่วงท้ายของหนังจึงกลายเป็นเหมือนเกมแมวไล่จับหนู เป็นช่วงที่ลุ้นมากๆ และได้เห็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของคริสที่ดูแล้วมันส์สะใจดี จากคนที่ติ๋มๆ ก็สามารถสู้คนได้เหมือนกัน แม้กระทั่งตอนใกล้จะจบนั้นก็ยังชวนให้ลุ้นไปอีกว่าคริสจะถูกตำรวจจับหรือไม่ จะโดนข้อกล่าวหาว่าฆ่าคนเพียงเพราะเขาเป็นคนเดียวที่มีชีวิต เป็นคนผิวสี เป็นคนที่มีเลือดติดมือรึเปล่า สุดท้ายก็โล่งใจไปว่าคนที่มาเจอเขาคือร็อด เพื่อนตำรวจของเขานั่นเอง

นอกจากนักแสดงนำอย่าง Daniel Kaluuya จะเล่นได้ดีแล้ว คนอื่นๆ ที่เราว่าเจ๋งไม่แพ้กันก็อย่างเช่น Allison Williams ที่ชอบมากโดยเฉพาะฉากหน้านิ่งเป็นหินของเธอ เปลี่ยนร่างจากสาวร่าเริงเป็นน่ากลัวได้ในฉับพลัน

ตัวละครเสริมที่เล่นได้ดีอีกคู่ก็คือ Betty Gabriel และ Marcus Henderson ในบทคนรับใช้และคนสวนผิวสี ที่แม้บทจะไม่เยอะมาก แต่ออกมาที่นี่สีหน้าและน้ำเสียงชวนให้หลอนได้อีก เป็นตัวละครอีกสองคนที่ทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันตรายของบ้านมากๆ

โดยรวมแล้ว Get Out เป็นหนังระทึกขวัญที่ชวนลุ้นไปกับตัวละครมากๆ ว่าจะเจอสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลอะไร ตัวหนังไม่ได้ดำเนินเรื่องแบบกระตุกขวัญขนาดนั้น ตอนแรกค่อนข้างเอื่อยๆ ด้วยซ้ำ แต่เพราะองค์ประกอบลึกลับของหนังนี่แหละที่ชวนให้เราดูต่อไปได้ ความไม่น่าไว้วางใจของตัวละคร ซาวด์เสียงชวนสะดุ้งที่มาได้จังหวะเวลา และฉากหลอนๆ ของคนที่ไม่แพ้หนังผีก็มีให้ผวาเป็นระยะๆ นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมการเหยียดชาติพันธุ์ได้อย่างตรงไปตรงมา ใครสนใจก็ลองหามาดูกันได้เลย

ดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *