กรุงศรีเข้าเป็นผู้ถือหุ้น 50% ของเอสบี ไฟแนนซ์ ในฟิลิปปินส์

กรุงศรีเข้าเป็นผู้ถือหุ้น 50% ของเอสบี ไฟแนนซ์ ในฟิลิปปินส์

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ ซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น (Security Bank Corporation หรือ SBC) หนึ่งในธนาคารชั้นนำของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของกรุงศรีในการเข้าซื้อหุ้น 50% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วในบริษัท เอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์ (SB Finance Company, Inc. หรือ SBF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ SBC ที่ให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค หลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวดำเนินการตามข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ?เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ และขอขอบคุณหน่วยงานกำกับดูแลที่ให้การอนุมัติธุรกรรมนี้ การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ SBC ทำให้กรุงศรีสามารถขยายฐานธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียนได้นอกเหนือไปจากตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV และยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ กรุงศรีจะสนับสนุน SBF ในด้านความเชี่ยวชาญในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาช่องทางการตลาดและการขาย รวมถึงด้านการบริหารความเสี่ยงด้วย

?ในฐานะที่ MUFG Bank เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ถือหุ้นทั้งในกรุงศรีและ SBC ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กรุงศรีและ MUFG มีต่อเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ และยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของกรุงศรีสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ทรงพลังในภูมิภาคอาเซียน? นายอาคิตะกล่าวเพิ่มเติม

ความเชี่ยวชาญและความเป็นผู้นำตลาดของกรุงศรีในตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศไทย จะเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของ SBF และต่อยอดความเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ ในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศฟิลิปปินส์ โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ SBF จะนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยในฟิลิปปินส์

เกี่ยวกับกรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 75 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 683 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 643 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,461 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 9.4 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด) อีกด้วย

กรุงศรี มีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ ?แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต? โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

เกี่ยวกับซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น
ซีเคียวริตี้ แบงก์ เป็นหนึ่งในเจ็ดธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่ให้บริการครบวงจรในฟิลิปปินส์ โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ธนาคารมีสินทรัพย์ทั้งสิ้นจำนวน 740.4 พันล้านเปโซ ในปี 2562 เคียวริตี้ แบงก์ ได้ดำเนินธุรกิจมายาวนานถึง 69 ปีนับจากวันก่อตั้งในปี 2494 โดยมีสาขาจำนวน 307 สาขา และเครื่องเอทีเอ็ม 811 เครื่อง

ในปี 2563 ซีเคียวริตี้ แบงก์ ได้รับรางวัล Best Bank in the Philippines for 2020 จาก The Lafferty Group (The Statement Magazine) และ Best Retail Bank in the Philippines in 2020 by Alpha Southeast Asia

ในปี 2562 ซีเคียวริตี้ แบงก์ ได้รับรางวัล The Best Retail Bank in the Philippines for 2019 และ Deposit Product of the Year ? ?All Access Account? จาก The Asian Banker; Automobile Lending Product of the Year และ Deposit Product of the Year จาก The Asian Banker (Philippines Awards 2019); Best Bank in the Philippines in 2019 และ Best SME Bank in the Philippines in 2019 จาก Alpha Southeast Asia และ Best Bank for SMEs in the Philippines in 2019 by Asiamoney

นอกจากนี้ ในปี 2561 ธนาคารยังได้รับรางวัล Bank of the Year ? Philippines 2018 จาก The Banker รางวัล Best Bank in the Philippines 2018 จาก Global Finance รางวัล The Best Retail Bank in the Philippines for 2018 จาก The Asian Banker; Best Retail Bank in the Philippines 2018 by Alpha Southeast Asia; และ People Program of the Year Award for Security Bank?s Total Wellness Program จาก People Management Association of the Philippines (PMAP)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับซีเคียวริตี้ แบงก์ สามารถดูได้จากเว็บไซต์ของธนาคาร www.securitybank.com

เกี่ยวกับมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG)
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 360 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,700 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกและมีพนักงานกว่า 180,000 คน MUFG นำเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น ?กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก? ด้วยการผสานศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าโดยคำนึงถึงสังคมและการแบ่งปัน สู่ความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MUFG กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.mufg.jp/english

แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่ง Sideway down ปัจจัยใน-นอกปท.กดดัน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่ง Sideway down ปัจจัยใน-นอกปท.กดดัน/จับตาประชุมครม.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway down โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อยราว 0.1-0.2% เผชิญแรงกดดันจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่มียอดผู้ติดเชื้อพุ่งแตะระดับ 40 ล้านคนแล้ว และการเจรจาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ก็ไม่ได้คืบหน้า ประกอบกับยังมีความไม่แน่นอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งยังต้องลุ้นว่าจะได้ก่อนการเลือกตั้งในสหรัฐฯหรือไม่

ทั้งนี้ บ้านเรายังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ที่ยังคงมีการชุมนุมทางการเมืองหากยืดเยื้อก็จะไม่เป็นผลดีต่อตลาดฯ อย่างไรก็ดีหากดัชนีฯลงไปทดสอบแนวรับที่ระดับ 1,200 จุดก็จะเข้าเขต Oversold ซึ่งทำให้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น ๆ โดยวันนี้ให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ติดตามว่าจะมีการพิจารณาเรื่องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ และให้จับตาการประกาศผลประกอบการของแบงก์ขนาดใหญ่งวดไตรมาส 3/63 ที่จะทยอยออกมา ส่วนแบงก์ขนาดเล็กส่วนใหญ่ที่ประกาศออกมาแล้วก็ดีกว่าคาด รวมถึงติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

พร้อมให้แนวรับ 1,200-1,190 จุด ส่วนแนวต้าน 1,215-1,220 จุด

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบลดลง 5.52 จุด หลังแบงก์ชาติจีนตรึงดอกเบี้ยตามคาด

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบลดลง 5.52 จุด หลังแบงก์ชาติจีนตรึงดอกเบี้ยตามคาด

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบในวันนี้ หลังธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ไว้ที่ระดับ 3.85% ในวันนี้ และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ไว้ที่ระดับ 4.65% โดยธนาคารกลางจีนได้ตรึงอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว และสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดวันนี้ที่ 3,307.15 จุด ลดลง 5.52 จุด หรือ -0.17%

 

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.7010 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.7010 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0322 หยวน แตะที่ 6.7010 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน

ฮั่งเส็งเปิดบวก 178.64 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดบวก 178.64 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนก.ย.ของสหรัฐที่ดีเกินคาด และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นในเดือนต.ค. ซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดวันนี้ที่ 24,565.43 จุด เพิ่มขึ้น 178.64 จุด หรือ +0.73%

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 0.739% ขานรับยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 0.739% ขานรับยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง

ณ เวลา 23.58 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.739% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.527%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค.

ยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้นในเดือนก.ย. โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเสื้อผ้า

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.4%

ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% นักลงทุนขายทำกำไร หลังดีดตัวก่อนหน้านี้

ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% นักลงทุนขายทำกำไร หลังดีดตัวก่อนหน้านี้

ดอลลาร์อ่อนค่าในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันขายทำกำไร หลังจากดีดตัวขึ้นก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ณ เวลา 23.30 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์อ่อนค่า 0.02% สู่ระดับ 105.41 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.01% สู่ระดับ 123.55 เยน และดีดตัวขึ้น 0.14% สู่ระดับ 1.172 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.22% สู่ระดับ 93.65

รัฐบาลอังกฤษประกาศยกระดับการเตือนภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในกรุงลอนดอน สู่ระดับ “สูง” ตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้ จากปัจจุบันที่ระดับ “ปานกลาง”

พื้นที่ส่วนใหญ่ในอังกฤษยังคงมีระดับการเตือนภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ “ปานกลาง”

ทั้งนี้ เมืองลิเวอร์พูลเป็นเพียงเมืองเดียวในอังกฤษที่ถูกยกระดับการเตือนภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สู่ระดับ “สูงมาก” ซึ่งเป็นการเตือนภัยขั้นสูงสุด ส่งผลให้มีการปิดผับและบาร์ ยกเว้นในร้านที่มีการจำหน่ายอาหาร รวมทั้งมีการปิดแหล่งกาสิโน ศูนย์สันทนาการ และสถานที่ออกกำลังกาย

นอกจากนี้ รัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศเคอร์ฟิวในกรุงปารีสและ 8 เมืองใหญ่เพื่อสกัดการแพร่ระบาดรอบ 2 ของไวรัสโควิด-19

นายกฯ ประชุมครม.นัดพิเศษ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า /เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง วันแรก

นายกฯ ประชุมครม.นัดพิเศษ ณ ตึกไทยคู่ฟ้า /เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง วันแรก/เกาะติดม็อบเย็นนี้

ภารกิจสำคัญวันนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เช้านี้จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการติดตามสถานการณ์การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่แยกราชประสงค์ และแนวร่วมต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งคาดว่าจะให้การรับรองการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้ ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะต้องให้ ครม.รับรองภายใน 3 วัน หากมิได้ดำเนินการตามกำหนด การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวจะถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลง

  • ยังต้องจับตาการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ที่เมื่อคืนแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว แต่ได้นัดหมายให้กลับมาชุมนุมกันอีกครั้งที่เดิมเย็นวันนี้ ในเวลา 17.00 น.
  • ประเด็นเศรษฐกิจและธุรกิจที่น่าสนใจวันนี้ กระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันแรก ในโครงการ “คนละครึ่ง” ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เพื่อรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค.63 ผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน โดยนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก
  • นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายเสถียรภาพระบบการเงินและยุทธศาสตร์องค์กร มีกำหนดจัด Media Briefing มาตรการช่วยเหลือ SMEs ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 22 ต.ค.63 ณ ห้องแถลงข่าว อาคาร 2 ชั้น 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • บมจ. วินด์เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH) แถลงผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและทิศทางการเติบโตในอนาคต พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมของบริษัท ณ โครงการ NKS จ.นครราชสีมา
  • บมจ. แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWD) แถลงข่าว “AWC 1st ANNIVERSARY” เพื่อให้เห็นถึงความสำเร็จของ AWC ในโอกาสครบรอบ 1 ปี และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต รวมถึงประกาศกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับภาครัฐและเอกชนของจีน เชื่อมโยงตลาดจีนและตลาดอาเซียนอย่างครบวงจร ผ่านโครงการ AEC Trade Center
  • บริษัท สยามซิตี้ ประกันภัย แถลงข่าวการเปลี่ยนชื่อ และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร เป็น บมจ. เอฟดับบลิวดี ประกันภัย
  • บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด เปิดเผยภาพรวมธุรกิจ SCG HOME กลยุทธ์การดำเนินงาน และทิศทางตลาดรีโนเวท พร้อมเปิดตัวงาน SCG HOME & LIVING FAIR รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ กับคอนเซ็ปต์ “4 เทรนด์ บ้านเก่า หลังใหม่” งานแฟร์แห่งปีสำหรับคนรักบ้าน
  • บมจ.ชริ้งเฟล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ SFT จัดพิธีลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ
  • บมจ. ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ (SCM) แถลงข่าวการเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
  • บมจ. เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง (WGE) โรดโชว์ แนะนำผู้บริหารและแผนการดำเนินธุรกิจ

ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยน 105 เยน ยังลุ้นสหรัฐบรรลุข้อตกลงกระตุ้นเศรษฐกิจ

ดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเทียบเยน 105 เยน ยังลุ้นสหรัฐบรรลุข้อตกลงกระตุ้นเศรษฐกิจ

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยบริเวณกรอบล่าง 105 เยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวเช้านี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคาดหวังที่ว่า สหรัฐอาจจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วๆ นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ณ เที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 105.28-105.29 เยน เทียบกับ 105.37-105.47 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 105.21-105.22 เยนที่ตลาดโตเกียว ณ เวลา 17.00 น. ของเมื่อวานนี้

ยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.1703-1.1707 ดอลลาร์ และ 123.21-123.28 เยน เทียบกับ 1.1702-1.1712 ดอลลาร์ และ 123.36-123.46 เยนที่ตลาดนิวยอร์ก และ 1.1736-1.1738 ดอลลาร์ และ 123.48-123.52 เยนที่ตลาดโตเกียวในช่วงเย็นวานนี้

ดาวโจนส์ปิดลบ 165.81 จุด วิตกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่คืบ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 165.81 จุด วิตกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่คืบ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อคืนนี้ (14 ต.ค.) หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยอมรับว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอของธนาคารรายใหญ่อย่างแบงก์ ออฟ อเมริกา และเวลส์ ฟาร์โก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,514.00 จุด ลดลง 165.81 จุด หรือ -0.58% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,488.67 จุด ลดลง 23.26 จุด หรือ -0.66% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,768.73 จุด ลดลง 95.17 จุด หรือ -0.80%

นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ถือเป็นเรื่องที่ยาก โดยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นวงเงินของมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ นางเพโลซีได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่า วงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่พรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

สัญญาณที่บ่งชี้ถึงความไม่คืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐได้ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังจากตลาดได้รับแรงกดดันอยู่ก่อนแล้วจากรายงานที่ว่า บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ระงับการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 หลังพบผู้เข้าร่วมการทดลองรายหนึ่งล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ และบริษัท Eli Lilly & Co ประกาศระงับการรับอาสาสมัครเข้าร่วมการทดลองแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย

ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 2.4% หลังจากแบงก์ ออฟ อเมริกา และธนาคารเวลส์ ฟาร์โก เปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 3 โดยแบงก์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยรายได้ 2.045 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.08 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ปิดตลาดร่วงลง 5.24%

หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ดิ่งลง 6.02% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 42 เซนต์/หุ้น ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 45 เซนต์/หุ้น

หุ้นโกลด์แมน แซคส์ บวกเพียง 0.21% แม้ธนาคารเปิดเผยธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 9.68 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.57 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป ร่วงลง 2.9% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้ที่ดีเกินคาดในไตรมาส 3

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดีดตัว 0.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. โดยดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาที่พักในโรงแรม

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ย., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนต.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดค้าปลีกเดือนก.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน